Cyber Bully
เมื่ออินเทอร์เน็ตเปลี่ยนการกลั่นแกล้งให้เจ็บกว่า
ในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตเริ่มมีผลกับชีวิตประจำวันมากขึ้นมันทำให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียในการใช่ชีวิตประจำวันและเนื่องจากความเข้าถึงง่ายของโลกอินเตอร์เน็ตทำให้เกิดช่องโหว่ในการกลั่นที่มีช่องโหว่ให้เกิด CyberBully (ไซเบอร์บูลลี) หรือการรังแกผ่านโลกออนไลน์ ทำให้เกิดผู้เสียหายเป็นจำนวนมากทั้งทำให้ผู้โดน CyberBully เกิดการอับอาย เกิดความเครียดและที่หนักที่สุดเกิดความเสียหายทางด้านจิตใจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าขึ้นได้และมีเหยื่อบางคนที่ฆ่าตัวตายเพราCyber Bully
Cyberbullying คืออะไร ?
Cyberbullying (การแกล้งกันในโลกออนไลน์) คือการรังแกผู้อื่นผ่านทางโลกออนไลน์ โดยการรังแกในที่นี้เป็นได้ทั้ง การด่าทอ, กล่าวหา, ใช้ถ้อยคำเสียดสี ต่อว่าผู้อื่นโดยเป็นการแกล้งที่เจาะจงบุคคลเป้าหมาย และมีแนวโน้มว่าจะเป็นการรังแกที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวจบ ซึ่งการกระทำนี้ จะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าการแกล้งกันทั่วไป เพราะในโลกออนไลน์นั้น ผู้รังแกไม่ได้เผชิญหน้ากับเป้าหมายจริงๆ และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง ในมุมมองของผู้กระทำเขาอาจจะนึกสนุก แต่ถ้ามองมาดูผู้ถูกรังแกแล้ว เขาไม่ได้โดนรังแกครั้งเดียวแล้วจบไป มันอาจจะฝังลึก วนเวียนอยู่ในจิตใจของเขาได้ตลอดเวลา เพราะในโลกออนไลน์ ข่าวสารนั้นแพร่กระจายไปได้เร็วมาก
cr.My Pale Skin
Cyberbullying ในไทย
สำหรับประเทศไทย กลุ่มที่จะพบ Cyberbullying ได้เยอะนั่นคือเด็กวัยประถมและวัยรุ่น โดยจะเป็นการกลั่นแกล้งในลักษณะด่ากัน เปิดเผยความลับของเพื่อน และเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทาง “นิด้าโพล” ได้ทำการเก็บข้อมูลจากเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี โดยโพลนี้แสดงให้เห็นว่า เยาวชนส่วนใหญ่พบเห็น Cyberbullying ที่เป็นในลักษณะการด่าทอ พูดจาให้ร้ายใส่กันมากถึง 29.18% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของเยาวชนทั้งหมด
อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือหัวข้อประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับ Cyberbullying พบว่ามีเยาวชน 12.24% เป็นผู้ถูกกระทำ และอีก 5.24% ยอมรับว่าเคยเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ หากนำมารวมกัน จะพบว่ามีเยาวชน 17.48% ที่มีโอกาสที่จะสภาพจิตใจย่ำแย่ได้ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีพอ
ข้อมูลได้จากการสำรวจเมื่อวันที่ 18–21 มีนาคม 2560
กฎหมายเกี่ยวกับ Cyberbullyingสำหรับกฎหมายเกี่ยวกับ Cyberbullying ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีกฎหมายเจาะจงโดยเฉพาะเหมือนกับที่ต่างประเทศ แต่จะมีกฎหมายที่มีผลได้เหมือนกันนั่นคือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทในประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 326) ที่พอจะนำมาปรับใช้ได้โดยหมิ่นประมาทจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- หมิ่นประมาทธรรมดา (มีบุคคลที่ 3 อ่าน 1 คน) เช่น คุยแชทส่วนตัวกันแล้วมีคนมาเห็น
- หมิ่นประมาทโดยโฆษณา (มีบุคคลที่ 3 อ่านอยู่ 1 คนขึ้นไป) ประเภทนี้โทษจะร้ายแรงกว่าแบบแรก เช่น โพสสาธารณะ โพสตามเพจ เป็นต้นความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโอกาสที่จะเข้าคุกได้ เพราะกฎหมายมีผลไปถึงประมวลกฎหมายอาญานอกจากนี้ยังมีมาตรา 329 ที่เกี่ยวข้องกับการละโทษความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนี้
วิธีรับมือกับ Cyberbullying
- อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียวเพราะจะเป็นการกดดันตัวเอง
- บันทึกหลักฐานไว้ฟ้อง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อกฎหมายข้างล่าง)
- ถ้าโดนคุกคามถึงขั้นร้ายแรงก็อาจจะต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ที่อยู่
- เมื่อโดนกล่าวด่าแบบไม่มีเหตุผล ก็ไม่ควรไปสนใจ เพราะไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องไปทะเลาะกับเขา ถึงแม้จะคุยกันไปก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่ดีเพราะเขาไม่มีเหตุผล
- ห้ามส่งรูป หรือข้อมูลสำคัญ ลงบนอินเตอร์เนต ถึงแม้ว่าจะส่งแบบส่วนตัวก็ตาม ต้องคิดไว้เสมอว่ารูปพวกนี้มีโอกาสที่จะถูกเผยแพร่ได้
นอกจากนี้ยังมีวิธีการรับมือกับ Cyberbullying ที่กรมสุขภาพจิตได้แนะนำนั่นคือ “2 ไม่ 1 เตือน” หมายถึง ไม่สื่อสารหรือตอบโต้กับสื่อที่เข้าข่ายว่าจะเกิดความรุนแรง ไม่ส่งต่อ ถึงแม้เราจะแชร์เพราะว่าไม่ชอบก็ตาม ลองเปลี่ยนจาก “แชร์เพราะไม่ชอบ” มาเป็น “เพราะไม่ชอบจึงไม่แชร์” ดีกว่าครับ และสุดท้ายคือ 1 เตือน ที่ควรจะเตือนบุคคลที่เข้าข่ายใช้ความรุนแรงด้วยความสุภาพ
















