Angel Wings - Gaia Online Angel Wings - Gaia Online

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ใบงานที่5เรื่องโครงงาน

Cyber Bully 

เมื่ออินเทอร์เน็ตเปลี่ยนการกลั่นแกล้งให้เจ็บกว่า


ในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตเริ่มมีผลกับชีวิตประจำวันมากขึ้นมันทำให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียในการใช่ชีวิตประจำวันและเนื่องจากความเข้าถึงง่ายของโลกอินเตอร์เน็ตทำให้เกิดช่องโหว่ในการกลั่นที่มีช่องโหว่ให้เกิด CyberBully (ไซเบอร์บูลลี) หรือการรังแกผ่านโลกออนไลน์ ทำให้เกิดผู้เสียหายเป็นจำนวนมากทั้งทำให้ผู้โดน CyberBully เกิดการอับอาย เกิดความเครียดและที่หนักที่สุดเกิดความเสียหายทางด้านจิตใจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าขึ้นได้และมีเหยื่อบางคนที่ฆ่าตัวตายเพราCyber Bully

Cyberbullying คืออะไร ?

Cyberbullying (การแกล้งกันในโลกออนไลน์) คือการรังแกผู้อื่นผ่านทางโลกออนไลน์ โดยการรังแกในที่นี้เป็นได้ทั้ง การด่าทอ, กล่าวหา, ใช้ถ้อยคำเสียดสี ต่อว่าผู้อื่นโดยเป็นการแกล้งที่เจาะจงบุคคลเป้าหมาย และมีแนวโน้มว่าจะเป็นการรังแกที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวจบ ซึ่งการกระทำนี้ จะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าการแกล้งกันทั่วไป เพราะในโลกออนไลน์นั้น ผู้รังแกไม่ได้เผชิญหน้ากับเป้าหมายจริงๆ และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง  ในมุมมองของผู้กระทำเขาอาจจะนึกสนุก แต่ถ้ามองมาดูผู้ถูกรังแกแล้ว เขาไม่ได้โดนรังแกครั้งเดียวแล้วจบไป มันอาจจะฝังลึก วนเวียนอยู่ในจิตใจของเขาได้ตลอดเวลา เพราะในโลกออนไลน์ ข่าวสารนั้นแพร่กระจายไปได้เร็วมาก

                                   cr.My Pale Skin

Cyberbullying ในไทย

สำหรับประเทศไทย กลุ่มที่จะพบ Cyberbullying ได้เยอะนั่นคือเด็กวัยประถมและวัยรุ่น โดยจะเป็นการกลั่นแกล้งในลักษณะด่ากัน เปิดเผยความลับของเพื่อน และเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทาง “นิด้าโพล” ได้ทำการเก็บข้อมูลจากเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี โดยโพลนี้แสดงให้เห็นว่า เยาวชนส่วนใหญ่พบเห็น Cyberbullying ที่เป็นในลักษณะการด่าทอ พูดจาให้ร้ายใส่กันมากถึง 29.18% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของเยาวชนทั้งหมด
อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือหัวข้อประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับ Cyberbullying พบว่ามีเยาวชน 12.24% เป็นผู้ถูกกระทำ และอีก 5.24% ยอมรับว่าเคยเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ หากนำมารวมกัน จะพบว่ามีเยาวชน 17.48% ที่มีโอกาสที่จะสภาพจิตใจย่ำแย่ได้ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีพอ
ข้อมูลได้จากการสำรวจเมื่อวันที่ 18–21 มีนาคม 2560

ฎหมายเกี่ยวกับ Cyberbullyingสำหรับกฎหมายเกี่ยวกับ Cyberbullying ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีกฎหมายเจาะจงโดยเฉพาะเหมือนกับที่ต่างประเทศ แต่จะมีกฎหมายที่มีผลได้เหมือนกันนั่นคือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทในประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 326) ที่พอจะนำมาปรับใช้ได้โดยหมิ่นประมาทจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • หมิ่นประมาทธรรมดา (มีบุคคลที่ 3 อ่าน 1 คน) เช่น คุยแชทส่วนตัวกันแล้วมีคนมาเห็น
  • หมิ่นประมาทโดยโฆษณา (มีบุคคลที่ 3 อ่านอยู่ 1 คนขึ้นไป) ประเภทนี้โทษจะร้ายแรงกว่าแบบแรก เช่น โพสสาธารณะ โพสตามเพจ เป็นต้นความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโอกาสที่จะเข้าคุกได้ เพราะกฎหมายมีผลไปถึงประมวลกฎหมายอาญานอกจากนี้ยังมีมาตรา 329 ที่เกี่ยวข้องกับการละโทษความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนี้


วิธีรับมือกับ Cyberbullying

  • อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียวเพราะจะเป็นการกดดันตัวเอง
  • บันทึกหลักฐานไว้ฟ้อง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อกฎหมายข้างล่าง)
  • ถ้าโดนคุกคามถึงขั้นร้ายแรงก็อาจจะต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์​ อีเมล์​ ที่อยู่
  • เมื่อโดนกล่าวด่าแบบไม่มีเหตุผล ก็ไม่ควรไปสนใจ เพราะไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องไปทะเลาะกับเขา ถึงแม้จะคุยกันไปก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่ดีเพราะเขาไม่มีเหตุผล
  • ห้ามส่งรูป หรือข้อมูลสำคัญ ลงบนอินเตอร์เนต ถึงแม้ว่าจะส่งแบบส่วนตัวก็ตาม ต้องคิดไว้เสมอว่ารูปพวกนี้มีโอกาสที่จะถูกเผยแพร่ได้


นอกจากนี้ยังมีวิธีการ​รับมือ​กับ​ Cyberbullying​ ที่กรมสุขภาพจิตได้แนะนำนั่นคือ “2 ไม่ 1 เตือน” หมายถึง ไม่สื่อสารหรือตอบโต้กับสื่อที่เข้าข่ายว่าจะเกิดความรุนแรง ไม่ส่งต่อ ถึงแม้เราจะแชร์​เพราะ​ว่าไม่ชอบก็ตาม ลองเปลี่ยน​จาก “แชร์​เพราะ​ไม่​ชอบ”​ มา​เป็น​ “เพราะ​ไม่ชอบจึงไม่แชร์​” ดีกว่าครับ และสุดท้ายคือ 1 เตือน​ ที่ควรจะเตือนบุคคลที่เข้าข่ายใช้ความรุนแรงด้วยความสุภาพ


วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่4เรื่องพรบ.คอมพิวเตอร์

สรุป 13 ข้อ สาระสำคัญจำง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพ์ 60 มีผลบังคับใช้แล้ว


ถ้ายังจำกันได้ถึงการผลักด้น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม เมื่อปีที่ผ่านมา (2559) และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม ล่าสุด มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 24 พ.ค.นี้                                                  เตือนความจำกันสักหน่อย เพื่อการใช้ออนไลน์อย่างถูกกฎหมาย สำหรับสาระสำคัญที่หลายคนควรพึงระวังใน พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับ 2มีสาระสำคัญจำง่ายๆ ดังนี้

1. การฝากร้านใน Facebook, IG ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท
2. ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นนั้นถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท
3. ส่ง Email ขายของ ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท
4. กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ยกเว้นการกดไลค์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน เสี่ยงเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 หรือมีความผิดร่วม
5. กด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่แชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3
6. พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคอมพิวเตอร์กระทำเอง สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟซบุ๊ก ที่ให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่าการแสดงความเห็นผิดกฎหมาย เมื่อแจ้งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อลบได้ทันที เจ้าของระบบเว็บไซต์จะไม่มีความผิด
7.สำหรับ แอดมินเพจ ที่เปิดให้มีการแสดงความเห็น เมื่อพบข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เมื่อลบออกจากพื้นที่ที่ตนดูแลแล้ว จะถือเป็นผู้พ้นผิด
8. ไม่โพสต์สิ่งลามกอนาจาร ที่ทำให้เกิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้
9. การโพสเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ต้องปิดบังใบหน้า ยกเว้นเมื่อเป็นการเชิดชู ชื่นชม อย่างให้เกียรติ
10. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ต้องไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียเชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ญาติสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย
11. การโพสต์ด่าว่าผู้อื่น มีกฏหมายอาญาอยู่แล้ว ไม่มีข้อมูลจริง หรือถูกตัดต่อ ผู้ถูกกล่าวหา เอาผิดผู้โพสต์ได้ และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
12. ไม่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใด ไม่ว่าข้อความ เพลง รูปภาพ หรือวิดีโอ
13. ส่งรูปภาพแชร์ของผู้อื่น เช่น สวัสดี อวยพร ไม่ผิด ถ้าไม่เอาภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หารายได้
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานไว้ก่อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้สามารถคลิกดาวน์โหลดและอ่านฉบับเต็มได้ ที่นี่

ใบงานี่3 Blogger คืออะไร ?

  ใบงานที่3  BLOGGER                



Web Blog คือ การบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การมองโลกของเรา ความคิดเห็นของเราต่อเรื่องต่าง ๆ หรือเป็นบทความเฉพาะด้าน เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา




                                                                                 cr https://youtu.be/MCOtQrJ-uq8










วิธีการสร้าง Blogger


      ขั้นตอนที่ 1 เข้าไปที่เว็ป http://www.blogger.com/  จะขึ้นหน้าจอตามรูป     

       ขั้นตอนที่ 2  จากนั้นทำการสมัคร (สำหรับบุคคลที่ยังไม่มี Gmail ) ถ้ามีแล้วให้ล็อคอินได้เลย



            




            ขั้นตอนที่ 3  คลิกที่ปุ่มสร้างบล็อคใหม่ตามรูป


           

      ขั้นตอนที่ 4  พอคลิกแล้วจะขึ้นตามรูป  จากนั้นให้กรอกข้อมูลลงไปเลือกแม่แบบตามใจชอบได้เลย




            ขั้นตอนที่ 5  คลิกปุ่มตามรูปได้เลย





              ขั้นตอนที่ 6  ใส่ข้อมูลต่างๆลงไปได้เลย
                          

  

      ขั้นตอนที่ 7 คลิกปุ่ม "แสดงตัวอย่าง" ถ้าชอบแล้วกดบันทึกได้เลย

 




cr การสร้างบล็อค https://thelegendblogger.blogspot.com/




 ระโยชน์ของบล็อก

1.เจ้าของบล็อกมีอิสระที่จะนำเสนออะไรก็ได้  ที่ไม่ไปก้าวล่วงบุคคลอื่น ที่ไม่ผิดกติกาของผู้ให้บริการบล็อกที่เราทำอยู่ รวมถึงไม่ผิดกฎหมาย ศีลธรรม และประเพณีที่ดีงาม ซึ่งถ้าเราใช้จริยธรรมในใจกำกับ กฎเกณฑ์ต่างๆก็ขึ้นอยู่ที่เราจะกำหนดเอง


2.เปิดโอกาสให้ Blogger ได้รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ ซึ่งตัว Blog เองจะรับไว้ แต่ตัว Blogger จะไม่อ่าน จะตอบ หรือ จะลบ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าของบล็อก(หรือ Blogger) แต่ก็ไม่ลดสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการบล็อกจะเข้ามาช่วยดูแลในกรณีฉุกเฉิน หรือมีปัญหาที่ต้องดำเนินการ

3.ในด้านเทคนิคเจ้าของบล็อกสามารถปรับแต่งบล็อกให้เป็นรูปแบบที่ตนต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาคำสั่งของโปรแกรมมากมาย อาศัยเพียงบทเรียนง่ายๆ จากการสังเกต การทดลอง และสามัญสำนึกช่วยก็สามารถทำเองได้ หรืออาจขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากผู้ที่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าไปแก้ไข Source Code ได้ด้วยตนเอง

4.สามารถสร้างเครือข่ายชุมชนสัมพันธ์ระหว่าง Blogger ที่มีความคิดเห็น ความสนใจ หรือ มีความรู้สึกนึกคิดร่วมกันได้

5.ช่วยเป็นกระบอกเสียง ในการทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงผลงานให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้ ซึ่งหากบุคคล นักธุรกิจ คนดัง นักร้อง ค่ายเพลง นักแสดง หมอดู นักการเมือง องค์กร ห้างร้านสนใจมาทำบล็อกก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องการตลาดอย่างมาก หากใช้อย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารบล็อกอย่างมืออาชีพ หรือด้วยมืออาชีพ

6.เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่หารายได้จากการจำหน่ายสินค้า บริการ หรือ หารายได้จากการเป็นสมาชิก การลงโฆษณา ก็ตาม

7.ได้พื้นที่ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมมีคนคอยบริการ ให้ช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาทางด้านเทคนิค หรือปัญหาทั่วๆไปที่เกี่ยวกับ บล็อก

8.ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ สิ่งเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ ให้รู้มากขึ้น จากการนำมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

9.ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนในชุมชนบล็อก กับเพื่อนของบล็อกเกอร์ และ เพื่อนของเพื่อนของบล็อกเกอร์

10.ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับครอบครัว เพื่อนฝูง เมื่อยามห่างไกลกัน

11.เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดเห็นได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน บางท่านอาจจะกลายเป็นคนดังได้ เช่น คุณ kittinun ป้ามด และอีกหลายๆท่าน

12.เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา กลายเป็นผู้สื่อข่าวได้ เพียงแค่นำเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนใจ น่าตระหนัก มาเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม

13.เปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ได้แสดงตัวตนที่เป็นตัวเอง หรืออาจจะเป็นด้านที่ไม่มีใครรู้มาก่อนได้ แม้จะอยู่ชื่อแฝง หรือจะอยู่ในชื่อจริงก็ตาม

14.เป็นไดอารี่บันทึกประจำวัน เป็นที่เก็บข้อมูลประจำครอบครัว ประจำสถาบัน หรือแม้กระทั่งใช้เป็นจดหมายเหตุก็สามารถทำได้

15.สามารถใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์เพื่อนเก่า เครือญาติ ศิษย์เก่าสถาบันต่างๆ

16.เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงตัวเอง,ถึงคนอันเป็นที่รัก ,ที่ชัง ,ครอบครัว ,เพื่อน ,คนอื่นๆ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง,พืช,งานอดิเรก,ของรักของหวง รวมถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำรำลึก ในยามที่เลิกหรือไม่ได้ทำบล็อกแล้ว

17.เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ให้บุคคลอื่นเข้ามาค้นคว้าศึกษาได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

18.เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจจะต้องอยู่ในมุมมืด เช่นผู้มีอาชีพพิเศษ นักโทษ ผู้ที่ไม่ต้องการเผยตัว ได้ใช้เป็นเวทีแสดงออกและแลกเปลี่ยน เรื่องราว ความคิดเห็น แนวทาง โดยไม่จำเป็นต้องเผยชื่อ

19.เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการปรับแนวทางความคิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และอาจจะนำไปสู่ความรู้รักสามัคคี และการสมานฉันท์ ในการนำส่วนที่ดีมาใช้ร่วมกันได้

20.ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่นกรณีของการนำเสนอข่าวอย่างฉับไว เจาะลึก มีพร้อมทั้งภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆหลายรูปแบบ ซึ่งในเครือ The Nation ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้

21.ใช้เป็นศูนย์รวมการให้ความรู้ การศึกษาวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะ การติว การให้การบ้าน การส่งการบ้าน ของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป

22.ใช้สร้างการรวมกลุ่มของชุมชนออนไลน์ขนาดย่อยๆ เพื่อการระดมความคิด พบปะพูดคุย ปรึกษาธุระ หรือแสดงผลงานร่วมกัน เช่น ร้อยแก้ว ร้อยกรอง วรรณกรรม การ์ตูน งานศิลปะอื่นๆ ตามแต่ความสนใจของกลุ่มนั้นๆ ซึ่งในบางกรณีผู้ใช้งานสามารถกำหนด password ในการเข้าบล็อกของกลุ่มเพื่อรักษาความลับไม่ให้รั่วไหลได้อีกด้วย

23.ใช้เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ ให้บริการข่าว ฟังเพลง ตลอด 24 ชั่วโมงบความรู้เป็นสิ่งที่สนับสนุนให้เกิดขึ้นได้ เช่น ในปัจจุบันระบบ blog ถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเล่าเรื่อง ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการจัดการความรู้ แต่เพื่อที่จะสกัดความรู้ฝังลึกที่มีความซับซ้อน การใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว หรือการร่วมช่วยกันเล่าก็ตาม ก็อาจจะยังไม่สามารถสกัดเอาความรู้ออกมาได้หมด เพราะความสับสน และความไม่มีรูปแบบในตัว ของความรู้เอง ดังนั้น เทคโนโลยีที่น่าจะสามารถช่วยจัดการความรู้ประเภทนี้ได้ ก็เช่น Rule-based reasoning หรือ Fuzzy logic เพื่อ ใช้ในการทำเหมืองความรู้ ( Knowledge mining ) เป็นต้น
                                                                          ที่มาจาก https://weblog4report.wordpress.com/category

                                                                     



























วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่1 My First Blog

MY Profile

ชื่อ นายชวิศ  ไตรสัตยกุล
ชื่อเล่น พร้อม
วันเกิด วันที่24 เดือน กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2544
อาหารที่ชอบ ก๊วยเตี๋ยว
อาหารที่ไม่ชอบ มะเขือเทศ
งานอดิเรก อ่านนวนิยาย ฟังเพลง เล่มคอมพิวเตอร์



รูปที่ชอบ


เครดิต : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=475233752927631&set=g.132092334234291&type=1&theater&ifg=1



วิดีโอที่ชอบ


เครดิต : https://www.youtube.com/watch?v=JQGRg8XBnB4



เพื่อนสนิท


เพื่อนคนซ้ายสุดชื่อไปท์ คนต่อมาชื่อต้า คนต่อมาชื่อเชน คนต่อมาชื่อกัปตัน
(รูปนี้ถ่ายมาจากงานBNK48 Roadshow in Chiang Mai)



ครอบครัว


ชื่อมารดา นางปริญญาลักษ  ไตรสัตยกุล
ชื่อบิดา   นายสุพจต์      ไตรสัตยกุล
ชื่อพี่สาว นางสาวณัฐริณี  ไตรสัตยกุล



แผนการในอนาคต


หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่6ตั้งใจจะเข้าเรียนมหาลัยที่
คณะบริหารธุริจฝ่ายการตลาดเพราะอยากเป็นฝ่ายการตลาด

ใบงานที่5เรื่องโครงงาน Cyber Bully  เมื่ออินเทอร์เน็ตเปลี่ยนการกลั่นแกล้งให้เจ็บกว่า ในปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตเริ่มมีผลกับชีวิตปร...